ชมพูนุทคลินิก คลินิกความงาม นครปฐม

ฝนตก น้ำท่วม ต้องดูแลผิวอย่างไร? วิธีดูแลผิวหลังลุยน้ำ

ฝนตก น้ำท่วม ต้องดูแลผิวอย่างไร? วิธีดูแลผิวหลังลุยน้ำ

ในช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วม หลายคนอาจจำเป็นต้องเดินลุยน้ำเป็นเวลานาน นอกจากเรื่องอุบัติเหตุและโรคที่มากับน้ำแล้ว สุขภาพผิว ดูแลผิวหลังลุยน้ำอย่างไร โดยเฉพาะบริเวณเท้าและซอกนิ้ว ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม น้ำท่วมไม่ใช่น้ำสะอาดเสมอไป เพราะอาจปะปนกับดิน โคลน สิ่งปฏิกูล เชื้อโรค สารเคมี หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ดังนั้น หากสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมได้ ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลบริเวณผิวหนัง หากจำเป็นต้องลุยน้ำ การดูแลผิวอย่างถูกวิธีหลังขึ้นจากน้ำสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการระคายเคืองและการติดเชื้อได้

หัวข้อบทความ

ทำไมแช่น้ำท่วมนาน ๆ ผิวจึงเปื่อย?

เมื่อผิวสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน ชั้นผิวด้านนอกจะดูดซับความชื้นมากขึ้น จนอาจเกิดลักษณะผิวขาว ย่น นิ่ม หรือเปื่อย โดยพบได้บ่อยบริเวณเท้าและซอกนิ้ว ยิ่งบริเวณดังกล่าวอับชื้นเป็นเวลานาน ผิวก็ยิ่งเกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น 

ในชีวิตประจำวัน หลายคนเรียกอาการบริเวณเท้าหลังลุยน้ำว่า น้ำกัดเท้า แต่สิ่งสำคัญคืออาการคัน แดง ลอก หรือแสบ ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากเชื้อราเสมอไป อาจสัมพันธ์กับความอับชื้น การระคายเคือง หรือการติดเชื้อชนิดอื่นได้ จึงไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อราหรือยาทาผิวมาใช้โดยสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว หากอาการผิดปกติชัดเจนหรือไม่ดีขึ้น ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์

น้ำท่วมสามารถทำให้เกิดปัญหาผิวอะไรได้บ้าง?

หลังสัมผัสน้ำท่วม สิ่งที่อาจพบได้ ได้แก่

  • ผิวเปื่อยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน
  • อาการคันหรือระคายเคือง
  • ผิวแดงหรือลอกบริเวณเท้าและซอกนิ้ว
  • แผลถลอกหรือแผลจากการเหยียบสิ่งของใต้น้ำ
  • การติดเชื้อบริเวณผิวหนังหรือบาดแผลในบางราย

ความเสี่ยงจะมากขึ้นหากมีบาดแผลเดิมอยู่แล้ว เพราะน้ำท่วมอาจมีเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนหลายชนิด

หลังลุยน้ำท่วม ควรดูแลผิวอย่างไร?

  1. ล้างบริเวณที่สัมผัสน้ำด้วยน้ำสะอาด เมื่อออกจากพื้นที่น้ำท่วม ควรทำความสะอาดผิวที่สัมผัสน้ำโดยเร็วด้วยสบู่และน้ำสะอาด ไม่ควรปล่อยให้คราบโคลนหรือน้ำสกปรกแห้งติดอยู่บนผิวเป็นเวลานาน หากเสื้อผ้าหรือถุงเท้าเปียกน้ำท่วม ควรเปลี่ยนเป็นชุดที่แห้งเมื่อสามารถทำได้
  2. เช็ดเท้าและซอกนิ้วให้แห้ง บริเวณที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ ซอกนิ้วเท้า หลังล้างเท้าแล้วควรเช็ดอย่างเบามือให้แห้ง รวมถึงบริเวณระหว่างนิ้วทุกนิ้ว เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้นต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูผิวแรง ๆ เพราะผิวที่ผ่านการแช่น้ำมานานอาจมีความบอบบางกว่าปกติ
  3. หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรมีอุปกรณ์ป้องกัน หากทราบว่าจำเป็นต้องเดินผ่านบริเวณน้ำท่วม ควรสวมรองเท้าบูทยางที่เหมาะสมแทนการเดินเท้าเปล่า การมีสิ่งกั้นระหว่างผิวกับน้ำท่วมช่วยลดการสัมผัสโดยตรง รวมถึงลดโอกาสบาดเจ็บจากเศษแก้ว โลหะ หรือวัสดุมีคมที่มองไม่เห็นใต้น้ำ หากมีแผลเปิด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมถ้าสามารถทำได้
  4. สำรวจเท้าและผิวหลังขึ้นจากน้ำ หลังทำความสะอาดแล้ว ลองตรวจดูบริเวณเท้า ขา และผิวที่สัมผัสน้ำว่ามี รอยถลอก บาดแผล ผิวแตก ผื่น อาการบวม จุดที่เจ็บผิดปกติ หรือไม่ แผลขนาดเล็กอาจมองเห็นได้ยากหลังลุยน้ำ แต่สามารถเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ผิวได้

ถ้ามีแผลอยู่แล้ว ควรลุยน้ำท่วมหรือไม่?

หากมีแผลเปิด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมเมื่อสามารถทำได้ หากจำเป็นจริง ๆ แผลที่สะอาดควรได้รับการปิดด้วยวัสดุปิดแผลกันน้ำที่เหมาะสม และเมื่อพ้นจากพื้นที่น้ำท่วมควรทำความสะอาดแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด หากเป็นแผลลึก แผลถูกของสกปรกทิ่มตำ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในแผล ควรเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประเมินประวัติการได้รับวัคซีนบาดทะยักตามความเหมาะสม

น้ำกัดเท้าใช่เชื้อราหรือไม่ อาการแบบไหนที่ไม่ควรปล่อย?

น้ำกัดเท้าใช่เชื้อราหรือไม่ หากหลังสัมผัสน้ำท่วมพบว่าแผลหรือผิวหนังมีอาการผิดปกติมากขึ้น เช่น บวม แดง ร้อน ปวดมากขึ้น มีของเหลวหรือหนองออกจากแผล มีไข้ หรือบริเวณแดงขยายมากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ โดยเฉพาะหากมีแผลลึก ถูกของมีคมบาด หรือมีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ในแผล ไม่ควรรอจนเกิดอาการรุนแรงก่อนจึงไปพบแพทย์

คันเท้าหลังลุยน้ำท่วม ใช่เชื้อราหรือไม่?

อาการคันหลังลุยน้ำอาจเกิดจากผิวที่อับชื้นและระคายเคือง รวมถึงโรคผิวหนังหรือการติดเชื้อได้หลายรูปแบบ ดังนั้นการเห็นว่าผิวคัน ลอก หรือแดงแล้วสรุปทันทีว่าเป็นเชื้อราอาจไม่ถูกต้อง หากอาการเป็นต่อเนื่อง ลุกลาม มีแผล เจ็บ บวม หรือมีของเหลวผิดปกติ ควรให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ประเมินก่อนเลือกยา

หลังลุยน้ำท่วม ทาแอลกอฮอล์ที่เท้าได้ไหม?

การดูแลเบื้องต้นที่สำคัญที่สุดคือ ล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาที่มีความเข้มข้นสูงหรือขัดถูผิวแรง ๆ ทุกครั้ง เพราะผิวที่เปื่อยหรือระคายเคืองอยู่แล้วอาจรู้สึกแสบและระคายเคืองมากขึ้นได้ หากมีบาดแผล ควรดูแลตามหลักการทำความสะอาดแผล และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เมื่อมีข้อสงสัย

สรุป ดูแลผิวหลังลุยน้ำอย่างไร น้ำกัดเท้าต้องไปหาหมอไหม

ช่วงน้ำท่วม การป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมเมื่อไม่จำเป็น แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่ควรจำง่าย ๆ คือ

  1. สวมรองเท้าบูทเมื่อต้องลุยน้ำ
  2. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหากมีบาดแผลเปิด
  3. หลังขึ้นจากน้ำ ล้างผิวด้วยสบู่และน้ำสะอาดโดยเร็ว
  4. เช็ดเท้าและซอกนิ้วให้แห้ง
  5. ตรวจดูว่ามีแผลหรือสิ่งผิดปกติหรือไม่
  6. หากมีอาการบวม แดง ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือมีไข้ ควรพบแพทย์

ในช่วงที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนและน้ำท่วม การดูแลผิวอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่การรักษาความสะอาด ลดความอับชื้น และสังเกตความผิดปกติของผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองและคนในครอบครัว และผ่านสถานการณ์น้ำท่วมไปอย่างปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลผิวหลังลุยน้ำอย่างไร

ลุยน้ำท่วมแล้วเท้าเปื่อย แต่ไม่คัน ต้องทำอย่างไร?

ควรล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าหรือถุงเท้าที่เปียกชื้นต่อเนื่อง หากผิวเริ่มแดง เจ็บ บวม หรือมีแผล ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินอาการ

ไม่เสมอไป อาการคันอาจเกิดจากความอับชื้น การระคายเคือง หรือปัญหาผิวหลายชนิด จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นเชื้อราจากอาการคันเพียงอย่างเดียว หากอาการไม่ดีขึ้น ลุกลาม หรือมีผื่นและแผลร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินก่อนเลือกวิธีดูแล

โดยทั่วไปการล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด แล้วเช็ดผิวให้แห้ง เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญกว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง โดยเฉพาะบนผิวที่เปื่อยหรือมีแผล ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์หากไม่แน่ใจ

หากหลีกเลี่ยงได้ ควรหลีกเลี่ยงการให้แผลสัมผัสน้ำท่วม เนื่องจากน้ำอาจมีสิ่งปนเปื้อนและเชื้อโรค หากจำเป็นต้องผ่านพื้นที่น้ำท่วม ควรป้องกันแผลให้เหมาะสม และทำความสะอาดผิวกับแผลหลังออกจากพื้นที่โดยเร็ว